-
บทความนี้กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อำนาจการบริหารประเทศตกอยู่ในมือของตระกูล "บุนนาค" อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมี เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แต่ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าท่านจะชิงราชสมบัติ จึงมีการแต่งตั้ง "ผู้สำเร็จราชการคนที่ 2" ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจ
-
บทความเกี่ยวกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางคนสำคัญผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื้อหาหลักมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ครั้งสำคัญเมื่อท่าน ปฏิเสธการรับตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยา ในปี พ.ศ. 2411 โดยอ้างความเชื่อเรื่อง อาถรรพ์ที่อาจทำให้อายุสั้น ตามรอยบิดาของท่าน อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลได้ระบุข้อสันนิษฐานของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า การปฏิเสธดังกล่าวน่าจะมี นัยทางการเมือง หรือนโยบายการปกครองแอบแฝงอยู่มากกว่าเรื่องความเชื่อเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งท่านยอมรับบรรดาศักดิ์สูงสุดนี้ในเวลาต่อมาเมื่อสถานการณ์เหมาะสม และถึงแก่พิราลัยหลังจากนั้นอีกนับทศวรรษ
-
บทความนี้เล่าถึงสถานการณ์ความวุ่นวายในช่วงปลายรัชกาลที่ 4 ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาทั้งความขัดแย้งทางการทูตกับอังกฤษ เรื่องเงินปลอมระบาด และปัญหาโจรผู้ร้ายกับพวกอั้งยี่ที่สร้างความไม่สงบไปทั่ว ท่ามกลางวิกฤตเหล่านี้ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้มีอำนาจล้นพ้นในตระกูลขุนนางเก่าแก่ ได้ก้าวเข้ามาคลี่คลายปัญหาและจัดระเบียบสังคมอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม บารมีที่เพิ่มพูนขึ้นกลับนำมาซึ่งข่าวลือเรื่องการชิงราชสมบัติที่สร้างความหวั่นใจไปทั่วแผ่นดิน ท่านจึงตัดสินใจมอบหมายอำนาจบางส่วนให้เจ้านายพระองค์อื่นบริหารจัดการ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและสยบข้อครหาเรื่องการเป็นกบฏลงได้ในระดับหนึ่ง
-
บทความนี้กล่าวถึงความขัดแย้งเชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพและเกณฑ์แรงงานไพร่ในเขตเพชรบุรี-ราชบุรี ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไพร่ในสังกัดตระกูลบุนนาคหนีมาสมัครเป็นทหารในส่วนพระองค์ จนนำไปสู่ข่าวลือเรื่องการคิดคดกบฏที่ปรากฏในจดหมายลับซึ่งอ้างถึงเหตุการณ์จลาจลปลายสมัยกรุงธนบุรี อย่างไรก็ตาม เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ ผู้เป็นบุตรชายได้เลือกแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์และทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานรอยร้าว ท้ายที่สุดรัชกาลที่ 5 ทรงใช้กุศโลบายประนีประนอมด้วยการตั้งกองสักเลขเพื่อชดเชยกำลังพลให้แก่ฝ่ายตระกูลบุนนาค ทำให้วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ยุติลงได้โดยสงบ
-
บทความนี้เนื้อหาจากแหล่งข้อมูลนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงผลัดแผ่นดินหลังสิ้นรัชกาลที่ 4 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจอันล้นพ้นของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ในการชี้นำที่ประชุมเพื่อคัดเลือกผู้สืบราชสันตติวงศ์ บทราชการนี้ระบุว่าท่านเป็นผู้ผลักดันให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์พร้อมทั้งดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในช่วงที่กษัตริย์ยังทรงพระเยาว์ นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในการแต่งตั้งกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเป็นวังหน้า ซึ่งขัดต่อโบราณราชประเพณีเดิมแต่ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านอำนาจของตระกูลบุนนาคได้สำเร็จ เรื่องราวทั้งหมดสะท้อนถึงอิทธิพลของขุนนางที่มีบทบาทสำคัญเหนือพระบรมวงศานุวงศ์ในการกำหนดทิศทางการเมืองไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนกลาง
-
บทความนี้วิเคราะห์ถึงอำนาจและบทบาทสำคัญของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางที่มีอิทธิพลสูงสุดในสมัยรัชกาลที่ 4 และต้นรัชกาลที่ 5 โดยมีที่มาจากฐานะทางเศรษฐกิจและการทหารที่เข้มแข็งของตระกูลบุนนาค ท่านเป็นผู้มีบทบาทหลักในการสนับสนุนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ขึ้นครองราชย์ และเป็นตัวแทนสำคัญในการเจรจาสนธิสัญญาเบาว์ริงกับชาติตะวันตกเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ นอกจากหน้าที่ด้านการบริหารราชการแผ่นดินและการทูตแล้ว ท่านยังเป็นผู้กุมอำนาจในการจัดวางระบบภาษีและควบคุมกองกำลังทหารอย่างเบ็ดเสร็จ จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่ยิ่งใหญ่เคียงคู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคเปลี่ยนผ่านของไทย
-
บทความ “ทำเนียบบั้นปลายชีวิต สมเด็จเจ้าพระยาฯ ช่วง บุนนาค” กล่าวถึงช่วงชีวิตหลังจากวางบทบาททางการเมืองของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย
ภายหลังจากปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สงบ และห่างจากการเมือง โดยใช้ชีวิตในที่พำนักส่วนตัวในช่วงบั้นปลายชีวิต
เนื้อหาสะท้อนถึงคุณูปการของท่านที่มีต่อประเทศ ทั้งด้านการเมือง การปกครอง และการประคับประคองบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชนชั้นนำไทยในอดีตและการวางตัวอย่างสง่างามในช่วงปลายชีวิต
-
บทความกล่าวถึงการครบรอบ 150 ปีของการถึงแก่อสัญกรรมของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ผู้มีบทบาททางการเมืองในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ซึ่งท่านทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศ
เนื้อหายังสะท้อนถึงผลงานและอิทธิพลของตระกูลบุนนาคที่มีต่อสังคมไทย รวมถึงการยกย่องคุณูปการของท่านในด้านการปกครองและการรักษาเสถียรภาพของบ้านเมืองในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย
-
บทความตอนนี้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระยาอุไทยธรรม และมีผลงานด้านการทหารในการปราบศึกพม่า จนได้รับเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นลำดับ ต่อมาได้รับตำแหน่งสำคัญเป็นสมุหพระกลาโหม และดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา แสดงถึงความสามารถ ความจงรักภักดี และความดีความชอบต่อแผ่นดิน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเชื้อสายของสกุลบุนนาค ซึ่งสืบทอดมาจากท่านเฉกอะหมัด และมีบทบาทสำคัญในราชสำนักไทย โดยมีลูกหลานหลายคนได้รับตำแหน่งสูง เช่น สมเด็จเจ้าพระยา โดยรวมบทความสะท้อนให้เห็นถึงเกียรติประวัติ ความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีของสกุลบุนนาคที่มีต่อชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นแบบอย่างให้ลูกหลานยึดถือสืบไป
-
บทความนี้กล่าวถึงความสำคัญของ “วันจักรี” ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เมษายนของทุกปี อันเป็นวันที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรีและกรุงเทพมหานครเป็นราชธานีในปี พ.ศ. 2325 นอกจากนี้ยังนำเสนอความเป็นมาของสกุล “บุนนาค” ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางสำคัญที่มีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีมาอย่างยาวนาน โดยเน้นบทบาทของเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เนื้อหากล่าวถึงประวัติชีวิต การรับราชการ และความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และรัชกาลที่ 1 รวมถึงเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความยากลำบากและความสูญเสียในชีวิต ท้ายที่สุด บทความแสดงให้เห็นถึงความดีความชอบ ความซื่อสัตย์ และความสามารถของเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา ซึ่งนำไปสู่การได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และตำแหน่งสำคัญในราชการ อันเป็นรากฐานของเกียรติประวัติของสกุลบุนนาคสืบมา
-
งานวิจัยเรื่อง “ภาพลักษณ์สถาบันขงจื่อไทยจากเนื้อหาและกลวิธีการใช้ภาษาในแผ่นป้าย ประชาสัมพันธ์เพจเฟซบุ๊ก” มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ภาพลักษณ์สถาบันขงจื่อไทยจากเนื้อหาใน แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์เพจเฟซบุ๊ก และกลวิธีการใช้ภาษานำเสนอภาพลักษณ์สถาบันขงจื่อไทยจาก เนื้อหาในแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์เพจเฟซบุ๊ก เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยรวบรวมข้อมูลแผ่นป้าย ประชาสัมพันธ์จากเพจเฟซบุ๊กของสถาบันขงจื่อในประเทศไทย 12 แห่ง ตั้งแต่มกราคม – ธันวาคม พ.ศ. 2566 มีจำนวนทั้งหมด 338 แผ่นป้าย โดยประยุกต์ใช้แนวคิดภาพลักษณ์องค์กร แนวคิดกลวิธีทางภาษามาวิเคราะห์ข้อมูล ผลวิจัยพบว่า ภาพลักษณ์สถาบันขงจื่อไทยประกอบด้วย 3 ภาพลักษณ์ดังนี้ 1. ภาพลักษณ์องค์กรที่มีบุคลากรและเชี่ยวชาญภาษาจีน เป็นการนำเสนอการดำเนินงานตามพันธกิจ ด้านภาษาจีนของสถาบันขงจื่อในประเทศไทย ได้แก่ ภาพลักษณ์การทดสอบภาษาจีน ภาพลักษณ์ ด้านการเรียนการสอนภาษาจีน และภาพลักษณ์วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2. ภาพลักษณ์องค์กรมีความ ร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน เป็นการนำเสนอการดำเนินงานของสถาบันขงจื่อไทยที่ ขับเคลื่อนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนให้กระชับแน่นแฟ้น ได้แก่ ภาพลักษณ์ความร่วมมือ กับสถาบันการศึกษาไทย ภาพลักษณ์ความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานของรัฐบาลไทย ภาพลักษณ์การสนับสนุนทุนการศึกษา และภาพลักษณ์การประชาสัมพันธ์โอกาสการงาน และ3.ภาพลักษณ์องค์กรในฐานะตัวแทนประเทศจีนและเผยแพร่วัฒนธรรมจีน เป็นการนำเสนอการประสัมพันธ์กิจกรรมและการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมจีน ได้แก่ ภาพลักษณ์การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมจีน และภาพลักษณ์การเผยแพร่เทศกาลของจีน ส่วนกลวิธีการใช้ภาษานำเสนอภาพลักษณ์สถาบันขงจื่อไทยประกอบด้วย 9 กลวิธี โดยแบ่งแยกออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. กลวิธีการใช้วัจนภาษา เป็นการใช้ภาษาในรูปแบบถ้อยคำ ได้แก่ การตั้งชื่อกิจกรรมและโครงการ, การใช้คำกริยา, การอ้างถึง,การใช้วัจนกรรม, การใช้คำขวัญ และการใช้เรื่องเล่า ส่วน 2. กลวิธีทางอวัจนภาษา เป็นการใช้ภาษาที่ไม่ใช่ถ้อยคำ ได้แก่ การใช้สี, การใช้สัญลักษณ์ และการใช้ภาพถ่าย ภาพลักษณ์สถาบันขงจื่อไทยเป็น การนำเสนอภาพลักษณ์องค์กรเชิงบวก เป็นการขับเน้น สื่อความให้ผู้รับสารเกิดความประทับใจ ความเชื่อ ความคิด และความมั่นใจในสถาบันขงจื่อไทย รวมถึงนำเสนอค่านิยม การดำเนินงาน และบทบาท
หน้าที่ในการบริหารจัดการองค์กรผ่านแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์
คำสำคัญ: ภาพลักษณ์ เนื้อหา กลวิธีการใช้ภาษา สถาบันขงจื่อไทย แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์เพจ เฟซบุ๊ก
-
การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงซอด้วงของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณีชูเสน และสร้างคู่มือการถ่ายทอดการบรรเลงซอด้วงตามแนวทางของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณีชูเสน โดยผู้ให้ข้อมูลหลักคือผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุวรรณีชูเสน และ ผู้ให้ข้อมูลรอง คือ นักศึกษาเอกซอด้วงสาขาดุริยางค์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์วิทยาเขตศาลายา ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาทักษะเครื่องสายไทย 2 และทักษะเครื่องสายไทย 6 รวมทั้งหมด 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและแบบสังเกตการสอนแบบไม่มีส่วนร่วม
ผลการวิจัยพบว่า
1. กระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงซอด้วงของผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุวรรณี ชูเสน แบ่งออกเป น 4 ด้าน คือ 1) ด้านผู้สอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณี ชูเสน เป นผู้ที่มีประสบการณ์ มากมายในการบรรเลงดนตรีไทยและการบรรเลงซอด้วงตั้งแต่ประถมศึกษา อีกทั้งยังเป นผู้ถ่ายทอด การบรรเลงดนตรีไทยและการบรรเลงซอด้วงทั้งในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษาและระดับชาติ 2) ด้านผู้เรียน เป นผู้เรียนที่ได้รับการคัดเลือกโดยตรงจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณี ชูเสน 3) ด้านเนื้อหาสาระ ใช้เนื้อหาตามหลักสูตรของคณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีการวัดประเมิน 3 ครั้ง ด้วยวิธีการประเมินตามสภาพจริง คือ ก่อนได้รับการถ่ายทอด ระหว่างการถ่ายทอดและหลังการถ่ายทอด 4) ด้านบริบทการเรียนการสอน สอนตามเนื้อหาหลักสูตรโดยใช้ทฤษฎีซอสูตร 17 เสี้ยวเสียง เน้นการบรรเลงที่ถูกต้องและได้อรรถรส ของบทเพลง ควบคู่กับการถ่ายทอดแบบมุขปาฐะและการใช้ Youtube และโน้ตเพลงประกอบการสอน ผลจากการสังเกตการณ์สอนแบบไม่มีส่วนร่วม พบว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุวรรณีชูเสน ดำเนินการสอนอย่างเป นระบบ โดยยึดหลักสูตรและใช้ทฤษฎีซอสูตร17 เสี้ยวเสียงควบคู่กับการ
ถ่ายทอดแบบมุขปาฐะส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาได้ทั้งความเข้าใจเชิงทฤษฎีและทักษะปฏิบัติอย่างมี ประสิทธิภาพ
2. คู่มือการถ่ายทอดการบรรเลงซอด้วงตามแนวทางของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณี ชูเสน ประกอบด้วย คำชี้แจงคู่มือ เนื้อหาสาระได้แก่ความเป นมาของการบรรเลง การเตรียม ความพร้อมก่อนการบรรเลงซอด้วง ระบบเสียงซอด้วง บทเพลงที่ใช้ในการถ่ายทอด ขั้นตอนและ วิธีการถ่ายทอด การวัดและประเมินผล และแหล่งอ้างอิง
คำสำคัญ : กระบวนการถ่ายทอด/ การบรรเลงซอด้วง/ สุวรรณี ชูเสน