คลังข้อมูลวิจัย

  • แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

    บทความนี้กล่าวถึง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ในฐานะบุคคลสำคัญที่มีบทบาทอย่างสูงต่อการปกครองและ มรดกทางวัฒนธรรม ของไทยตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 2 จนถึงรัชกาลที่ 5 โดยเนื้อหาเน้นการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านผลงานที่ท่านได้สร้างหรือมีส่วนร่วมปฏิสังขรณ์ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญประกอบด้วยวัดและพระราชวังหลายแห่ง เช่น วัดบุปผาราม วัดประยุรวงศาวาส พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และพระนครคีรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของศิลปกรรมไทยที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมตะวันตก นอกจากนี้ยังรวมถึงโครงการสาธารณูปโภคอย่าง คลองดำเนินสะดวก และวัดประจำตระกูลที่จังหวัดราชบุรีอย่าง วัดศรีสุริยวงศาราม สถานที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามโดดเด่นทางด้านศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อคนรุ่นหลังอย่างยิ่ง
  • สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์กับมรดกศิลปวัฒนธรรม

    บทความวิจัยนี้ศึกษา ประวัติและบทบาทสำคัญ ของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ในฐานะบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อ มรดกทางศิลปวัฒนธรรม ของไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 5 เนื้อหาเน้นการสำรวจ สถานที่สำคัญ ที่ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในการสร้างและบูรณะ อาทิ วัดบุปผาราม วัดประยุรวงศาวาส และพระนครคีรี รวมถึงโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างการขุด คลองดำเนินสะดวก เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคม ผู้วิจัยใช้ ระเบียบวิธีวิจัยทางประวัติศาสตร์ และการลงพื้นที่สำรวจจริงเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงพรรณนาเกี่ยวกับผลงานด้านสถาปัตยกรรมและวรรณกรรม องค์ความรู้ที่ได้รับนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งใน เชิงการศึกษาและโอกาสทางธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ราชบุรี และเพชรบุรี สรุปได้ว่าผลงานของท่านเป็นรากฐานสำคัญที่สะท้อนถึงการผสมผสานศิลปะไทย จีน และตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างโดดเด่นในยุคนั้น
  • หลวงสิทธิ์นายเวร : ตำนานนักต่อเรือแห่งสยามในตระกูลบุนนาค

    บทความฉบับนี้ได้กล่าวถึง ประวัติและบทบาทสำคัญของหลวงสิทธิ์นายเวร (ช่วง บุนนาค) หรือต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ในฐานะผู้วางรากฐานการต่อเรือแบบตะวันตกของสยาม ท่านได้นำวิทยาการสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการสร้าง เรือกำปั่นและเรือกลไฟ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการทหารและการค้าในช่วงรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5 นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแล้ว แหล่งข้อมูลยังระบุถึงความสามารถในการเจรจาทางการทูตและการศึกษาภาษาอังกฤษกับมิชชันนารี ซึ่งส่งผลให้ท่านเป็นขุนนางที่มีอิทธิพลสูงในการปฏิรูปประเทศ เอกสารยังแสดงให้เห็นถึง ทำเลที่ตั้งของอู่เรือหลวง และย่านที่อยู่อาศัยของตระกูลบุนนาคบริเวณคลองสานที่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีในยุคนั้น โดยรวมแล้วเป็นการเชิดชูเกียรติประวัติของบุคคลสำคัญที่ช่วยนำพาประเทศเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ผ่านนวัตกรรมการต่อเรือและการบริหารราชการแผ่นดิน
  • ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ย่านคลองสาน มีสมเด็จเจ้าพระยาท่านไหนบ้าง?

    บทความนี้อธิบายถึงประวัติความเป็นมาและการตั้งชื่อถนนสมเด็จเจ้าพระยาในเขตคลองสาน ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ตามแนวทางเดิมที่ตระกูลบุนนาคเคยริเริ่มไว้ ชื่อของถนนเส้นนี้มีที่มาจากการเป็นที่ตั้งของจวนที่พักของขุนนางชั้นสูงผู้ดำรงบรรดาศักดิ์ "สมเด็จเจ้าพระยา" ถึง 4 ท่าน ซึ่งรวมถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะทรงบรรดาศักดิ์เดิม และสมาชิกคนสำคัญในตระกูลบุนนาคอย่างสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ด้วย เนื้อหายังระบุถึงขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของถนนที่เชื่อมต่อพื้นที่ย่านธนบุรีตั้งแต่วงเวียนเล็กไปจนถึงสี่แยกคลองสานในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังฉายภาพให้เห็นถึงอิทธิพลและบทบาททางการเมืองของเหล่าสมเด็จเจ้าพระยาที่มีต่อหน้าประวัติศาสตร์ไทยในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงตอนกลางอย่างชัดเจน
  • ฮาเร็ม ของ “เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์” จากบันทึกแหม่มแอนนา จริงหรือที่สภาพ “น่าเวทนานัก”

    บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากบันทึกของ แอนนา เลียวโนเวนส์ ที่กล่าวถึง เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ขุนนางผู้ทรงอิทธิพลในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 โดยเน้นการบรรยายเรื่อง "ฮาเร็ม" หรือชีวิตหลังม่านในจวนของท่านที่ถูกสะท้อนผ่านมุมมองแบบตะวันตกซึ่งมองว่าเป็นสภาพที่ น่าเวทนา แม้ข้อมูลดังกล่าวจะถูกวิจารณ์ว่ามีการผสมปนเปกับความคิดเห็นส่วนตัวและความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมสยาม แต่ก็ช่วยให้เห็นภาพลักษณ์ความเด็ดขาดและความสามารถในการบริหารราชการของท่านผู้สำเร็จราชการแผ่นดินท่านนี้ นอกจากนี้ แหล่งข้อมูลยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับ ท่านผู้หญิงพัน และความสัมพันธ์ที่ราบรื่นกับเหล่านางรำในปกครอง ซึ่งช่วยคานอำนาจความน่าเชื่อถือของบันทึกดังกล่าวในเชิงประวัติศาสตร์ ท้ายที่สุดเรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทยผ่านสายตาของคนนอกที่เข้ามามีบทบาทในราชสำนักยุคนั้น
  • ออดิตออฟฟิส สมัยรัชกาลที่ 5 ตรวจพบลูกหลานขุนนางใหญ่คอร์รัปชั่นเงินครึ่งล้าน

    บทความนี้อธิบายถึงการปฏิรูป ระบบการคลัง ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงจัดตั้ง "ออดิตออฟฟิส" และ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ขึ้นเพื่อตรวจสอบการจัดเก็บภาษีให้มีความโปร่งใสและรวมศูนย์มากขึ้น ในช่วงต้นรัชกาล พระองค์ทรงเผชิญกับความท้าทายด้าน อำนาจทางการเมือง และปัญหาการเบียดบังรายได้แผ่นดินไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตนของกลุ่มขุนนาง การตรวจสอบบัญชีอย่างเข้มงวดนำไปสู่การตรวจพบ การทุจริต ครั้งใหญ่ในกรมนาซึ่งมีมูลค่ากว่าห้าแสนบาท โดยผู้กระทำผิดเป็นถึงหลานของขุนนางผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลในขณะนั้น เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้ มาตรการทางกฎหมาย และการตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งเป็นการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและอำนาจการบริหารให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย
  • 19 มกราคม 2425 วันพิราลัย สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

    บทความฉบับนี้กล่าวถึงชีวประวัติและคุณูปการของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) มหาบุรุษคนสำคัญผู้มีบทบาทอย่างสูงในการ บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 2 จนถึงรัชกาลที่ 5 ท่านได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้าน การต่างประเทศและการต่อเรือ จนเป็นที่ยอมรับของชาวตะวันตก นอกจากนี้ท่านยังมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานการศึกษา โดยพื้นที่จวนเดิมของท่านได้กลายเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในปัจจุบัน ทุกวันที่ 19 มกราคม ของทุกปีจึงเป็นวันคล้ายวันพิราลัยเพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณความดีที่ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์ไว้แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งทำให้ท่านยังคงเป็นที่เคารพรักในฐานะ "เจ้าพ่อ" ของเหล่าลูกสุริยะสืบมาจนถึงปัจจุบัน
  • สมเด็จช่วง เรียน “ภาษาอังกฤษ” จากไหน ใครเป็นคนสอน?

    บทความนี้กล่าวถึงประวัติการเรียนรู้ของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ท่านมีความโดดเด่นด้านการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ และความเชี่ยวชาญในการ ต่อเรือกำปั่น ซึ่งเป็นวิชาที่รับการถ่ายทอดมาจาก มิชชันนารีชาวอเมริกัน ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยุคก่อนยังมีความระแวงต่อชาวตะวันตก แต่ท่านกลับแสวงหาความรู้สมัยใหม่จนกลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้บทความยังระบุถึง บุคคลสำคัญท่านอื่น ๆ เช่น รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 4 พระองค์ที่สอง ที่ทรงศึกษาศาสตร์แขนงต่าง ๆ จากฝรั่งไปพร้อมกันด้วย การเรียนรู้ภาษาและเทคโนโลยีจากต่างชาตินี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาและรักษาความมั่นคงของสยามในยุคนั้น
  • มูลเหตุความขัดแย้งวังหน้า-วังหลวง ก่อน “วิกฤตการณ์วังหน้า” สมัย ร.5

    บทความนี้อธิบายถึง วิกฤตการณ์วังหน้า ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางการเมืองครั้งสำคัญในช่วงต้นรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีมูลเหตุมาจากการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ที่ไม่เป็นไปตามราชประเพณีดั้งเดิม ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นจากการที่รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการปกครองเพื่อ รวบรวมพระราชอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจเดิมและฝ่ายวังหน้า จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ไฟไหม้ใหญ่ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี พ.ศ. 2417 ที่กลายเป็นจุดแตกหักให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอย่างเปิดเผย สถานการณ์ดังกล่าวยังลุกลามจนกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศเมื่อมหาอำนาจอย่าง อังกฤษ เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง สรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการชิงไหวชิงพริบเพื่อเปลี่ยนผ่านสยามสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างเต็มรูปแบบ
  • การเมืองสยามเมื่อต้นรัชกาลที่ 5 ใครคือผู้สำเร็จราชการ “คนที่ 2” ?

    บทความนี้กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อำนาจการบริหารประเทศตกอยู่ในมือของตระกูล "บุนนาค" อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมี เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แต่ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าท่านจะชิงราชสมบัติ จึงมีการแต่งตั้ง "ผู้สำเร็จราชการคนที่ 2" ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจ
  • เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ เคยปฏิเสธรัชกาลที่ 5 ไม่ยอมเป็น “สมเด็จเจ้าพระยา” เพราะเหตุใด?

    บทความเกี่ยวกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางคนสำคัญผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื้อหาหลักมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ครั้งสำคัญเมื่อท่าน ปฏิเสธการรับตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยา ในปี พ.ศ. 2411 โดยอ้างความเชื่อเรื่อง อาถรรพ์ที่อาจทำให้อายุสั้น ตามรอยบิดาของท่าน อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลได้ระบุข้อสันนิษฐานของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า การปฏิเสธดังกล่าวน่าจะมี นัยทางการเมือง หรือนโยบายการปกครองแอบแฝงอยู่มากกว่าเรื่องความเชื่อเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งท่านยอมรับบรรดาศักดิ์สูงสุดนี้ในเวลาต่อมาเมื่อสถานการณ์เหมาะสม และถึงแก่พิราลัยหลังจากนั้นอีกนับทศวรรษ
  • ลือสะพัด! สมเด็จช่วง ขุนนางใหญ่ คิด ก่อกบฏ ชิงแผ่นดินปลายรัชกาลที่ 4

    บทความนี้เล่าถึงสถานการณ์ความวุ่นวายในช่วงปลายรัชกาลที่ 4 ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาทั้งความขัดแย้งทางการทูตกับอังกฤษ เรื่องเงินปลอมระบาด และปัญหาโจรผู้ร้ายกับพวกอั้งยี่ที่สร้างความไม่สงบไปทั่ว ท่ามกลางวิกฤตเหล่านี้ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้มีอำนาจล้นพ้นในตระกูลขุนนางเก่าแก่ ได้ก้าวเข้ามาคลี่คลายปัญหาและจัดระเบียบสังคมอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม บารมีที่เพิ่มพูนขึ้นกลับนำมาซึ่งข่าวลือเรื่องการชิงราชสมบัติที่สร้างความหวั่นใจไปทั่วแผ่นดิน ท่านจึงตัดสินใจมอบหมายอำนาจบางส่วนให้เจ้านายพระองค์อื่นบริหารจัดการ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและสยบข้อครหาเรื่องการเป็นกบฏลงได้ในระดับหนึ่ง
ค้นหาทั้งหมด