-
ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีสามเณร 3 รูปที่เป็นเพื่อนรักกัน ณ วัดสามวิหาร คือ สามเณรสิน (ต่อมาคือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช), สามเณรทองด้วง (ต่อมาคือรัชกาลที่ 1) และ สามเณรบุนนาค (ต้นตระกูลบุนนาค) ซึ่งทั้งสามล้วนเป็นบุตรขุนนางผู้ใหญ่ที่มีเชื้อสายต่างกันทั้งจีน ไทย และเปอร์เซีย แม้จะมีเหตุการณ์ขัดใจกันบ้างในวัยเยาว์ แต่เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้เข้ารับราชการและมีบทบาทสำคัญในการกอบกู้เอกราชและวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ชาติไทยหลังกรุงศรีอยุธยาแตก โดยทั้งสามท่านยังเป็นต้นกำเนิดของราชสกุลและนามสกุลเก่าแก่มากมายที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่แสดงถึงมิตรภาพและการสร้างชาติของบรรพบุรุษไทย
-
การที่รัชกาลที่ 5 มีเจ้าจอมจากสกุล "บุนนาค" มากกว่าสกุลอื่น เป็นผลจาก "กลยุทธ์ทางการเมือง" เพื่อสร้างความมั่นคงในยุคที่กลุ่มขุนนางบุนนาคมีอิทธิพลสูงมาก การรับธิดาจากสกุลนี้มาเป็นเจ้าจอม (เช่น กลุ่มเจ้าจอมก๊ก อ.) ช่วยประสานความสัมพันธ์และถ่วงดุลอำนาจระหว่างสถาบันกษัตริย์กับขุนนางให้ราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือแสดงความจงรักภักดีและลดความขัดแย้งในราชสำนัก จนกระทั่งวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีบทบาท ระบบนี้จึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นระบบ "ผัวเดียวเมียเดียว" ตามกฎหมายในภายหลัง
-
บทความนี้กล่าวถึง ความมหาอำนาจของตระกูลบุนนาค ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งได้รับการบันทึกไว้อย่างชัดเจนโดย เซอร์จอห์น เบาริง เอกอัครราชทูตชาวอังกฤษ โดยเฉพาะบทบาทของ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้มีบารมีเปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ อิทธิพลของตระกูลนี้เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์และพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดผ่านการเข้าควบคุม ตำแหน่งสำคัญในกรมกองหลัก ทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจ และการบริหารราชการแผ่นดิน ขุนนางในสายตระกูลบุนนาคจำนวนมากได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญเหนือกว่าตระกูลอื่นอย่างเห็นได้ชัด จนถูกขนานนามว่าเป็น ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสยาม ณ ขณะนั้น สรุปได้ว่าอิทธิพลของพวกเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ โครงสร้างอำนาจและการเมือง ในประวัติศาสตร์ไทยยุคปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก
-
บทความนี้บอกเล่าเรื่องราวของ ท่านผู้หญิงพัน บุนนาค ภริยาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางที่มีบทบาทและ อำนาจบารมีสูงที่สุด ในช่วงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเนื้อหามุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อครั้งที่ท่านผู้หญิงพันได้กล่าว วาจาเชิงสบประมาท ถึงพระวรกายที่ทรุดโทรมของรัชกาลที่ 5 ขณะทรงพระประชวรและเพิ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมายุเพียง 15 พรรษา บันทึกจากหลายแหล่งสะท้อนให้เห็นถึง ความรุ่งเรืองของตระกูลบุนนาค ที่มีอิทธิพลเหนือราชวงศ์ในยุคนั้น จนทำให้สตรีผู้นี้กล้าแสดงออกอย่างไม่เกรงกลัวต่อขัตติยมานะ อย่างไรก็ตาม รัชกาลที่ 5 ทรงมี พระชนมายุยืนยาว จนสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพระองค์ผ่านเหตุการณ์ในงานศพของท่านผู้หญิงพันในเวลาต่อมาได้สำเร็จ บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของ ความผันแปรทางอำนาจ ระหว่างสถาบันกษัตริย์และกลุ่มขุนนางในสมัยรัตนโกสินทร์ได้เป็นอย่างดี
-
บทความนี้เล่าถึงประวัติของ เจ้าจอมมารดาอ่อน ซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญในกลุ่ม เจ้าจอมก๊กออ จากตระกูลบุนนาคที่ถวายตัวรับราชการฝ่ายในรัชกาลที่ 5 ท่านมีความโดดเด่นในฐานะที่เป็นเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งห้าคนที่ได้เป็น เจ้าจอมมารดา และมีพระราชธิดารวมสองพระองค์ นอกจากทักษะเฉพาะตัวในการดูแลเครื่องเสวยที่สร้างความพอพระราชหฤทัยแล้ว ท่านยังเป็นสตรีที่มี อายุยืนยาวที่สุด โดยมีชีวิตยืนนานถึง 6 รัชสมัยรวมกว่า 101 ปี เนื้อหายังกล่าวถึงความเมตตาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานทรัพย์สินและที่พำนักแก่ท่านและพี่น้องเพื่อตอบแทนความจงรักภักดี เอกสารนี้จึงถือเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงบทบาทของสตรีในราชสำนักและความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยผ่านช่วงเวลาที่ยาวนาน
-
บทความนี้กล่าวถึง เจ้าจอมก๊กออ ซึ่งเป็นกลุ่มพระสนมเอก 5 พี่น้องตระกูลบุนนาคผู้มีความสำคัญยิ่งใน รัชกาลที่ 5 โดยเน้นย้ำถึง ทักษะเฉพาะตัว ที่ทำให้พวกท่านเป็นที่โปรดปราน เช่น การนวด การปรุงเครื่องเสวย และการถวายงานรับใช้ใกล้ชิด เนื้อหาได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ชีวิตใน พระราชสำนักฝ่ายใน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ทั้งความจงรักภักดีและการชิงดีชิงเด่นระหว่างข้าทูลละอองธุลีพระบาท นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึง ความขัดแย้งทางอารมณ์ ของเจ้านายชั้นสูงที่มีต่ออิทธิพลของเจ้าจอมกลุ่มนี้ในฐานะสตรีผู้ทรงเกียรติ ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข้อมูลยังระบุถึง ความเมตตาและพระราชหัตถเลขา ที่พระมหากษัตริย์ทรงแสดงต่อพวกท่าน อันเป็นเครื่องยืนยันถึงฐานะอันมั่นคงในฐานะคนโปรดจนถึงบั้นปลายชีวิต เอกสารชุดนี้จึงถือเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เข้าใจ การเมืองภายในวัง และบทบาทของสตรีในสมัยนั้นอย่างลึกซึ้งและมีชีวิตชีวา
-
เอกสารเหล่านี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในการกำกับดูแลสินค้าและบริการ แหล่งข้อมูลระบุถึงการควบคุมฉลากผลิตภัณฑ์เลเซอร์เพื่อป้องกันอันตรายต่อดวงตา และอธิบายถึงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความรู้ในการแยกแยะระหว่างธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมายกับแชร์ลูกโซ่ที่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน เนื้อหาทั้งหมดมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในฐานะผู้ซื้อสินค้าและบริการภายใต้กรอบของกฎหมายที่ทันสมัย
-
บทความนี้กล่าวถึง ความสำคัญของตระกูลบุนนาค ซึ่งเป็นสายสกุลที่มีบทบาทสูงในหน้าประวัติศาสตร์ไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการบริหารราชการแผ่นดินและการถวายตัวเข้ารับราชการใน เขตพระราชฐานฝ่ายใน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสตรีในตระกูลที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมาโดยตลอด เอกสารได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ) ในฐานะสตรีที่เป็นรักแรกในรัชกาลที่ 5 และเป็น ผู้นำด้านแฟชั่น ที่มีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยให้ทันสมัยในหลายยุคสมัย นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าตระกูลบุนนาคสามารถรักษาความรุ่งเรืองไว้ได้ด้วย ความจงรักภักดี ความฉลาดหลักแหลม และการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจนถึงปัจจุบัน
-
บทความนี้กล่าวถึงประวัติและคุณูปการของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) มหาบุรุษคนสำคัญผู้มีบทบาทอย่างสูงในการ บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ ถึงรัชกาลที่ ๕ โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นทั้งในด้าน ภาษาต่างประเทศ การต่อเรือแบบตะวันตก และการเจรจาทำสนธิสัญญากับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประเทศและนำพาไทยสู่ความทันสมัย แหล่งข้อมูลยังระบุถึง ตรามหาสุริยมณฑล อันเป็นที่มาของฉายา "ลูกสุริยะ" และการได้รับขนานนามว่า "เจ้าพ่อ" จากความเคารพยำเกรงในบารมี เนื้อหาโดยรวมจึงเป็นการยกย่องเกียรติประวัติของท่านในฐานะขุนนางผู้มีความรู้ความสามารถและซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินจนถึงแก่อสัญกรรม
-
บทความนี้นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในย่านคลองสานผ่านมุมมองของตระกูลบุนนาคที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เนื้อหาเน้นการพาชมโบราณสถานสำคัญอย่างวัดพิชยญาติการามวรวิหารซึ่งโดดเด่นด้วยศิลปะไทยผสมจีน และอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่เป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จย่า นอกจากนี้ยังรวบรวมเรื่องราวของวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารที่มีเอกลักษณ์เป็นรั้วเหล็กโบราณและพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับรางวัลระดับโลก การเดินทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองด้านการค้าและวัฒนธรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงตอนกลางที่ยังคงตกทอดมาถึงปัจจุบัน แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครยังมีแง่มุมทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าซ่อนอยู่ท่ามกลางความทันสมัยของเมืองหลวงในปัจจุบันค่ะ
-
บทความนี้บอกเล่าเรื่องราวของ หัวโขนบ้านศิลปะไทย ซึ่งเป็นมรดกทางปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานใน ชุมชนบางไส้ไก่ ย่านธนบุรี โดยปัจจุบันดำเนินมาถึงทายาทรุ่นที่สองและได้รับการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในการอนุรักษ์ เนื้อหาได้อธิบาย กระบวนการผลิตหัวโขน อย่างละเอียด ตั้งแต่การปะหุ่นกระดาษ การปั้นโครงหน้าด้วยดิน การกดลายไทยประกอบเครื่องทรง ไปจนถึงการลงรักปิดทองและแต่งแต้มสีสัน ผลงานเหล่านี้มีหลายขนาดตั้งแต่องค์บูชาสำหรับการแสดงไปจนถึงของที่ระลึกขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็น สินค้าโอทอปห้าดาว ที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยอันประณีต การเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษากับภูมิปัญญาท้องถิ่นเช่นนี้ช่วยให้ ศิลปะชั้นสูง ยังคงดำรงอยู่คู่ชุมชนและสามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างสง่างาม
-
This study investigates how the Internet of Things (IoT) can enhance efficiency in Chinese higher education institutions and examines student acceptance of IoT through the Unified Theory of Acceptance and Use of Technology (UTAUT). Using a mixed-methods design, quantitative data were collected via a survey of 408 university students, and qualitative insights were obtained from semi-structured interviews with seven tutors. Regression and frequency analyses were used to analyse the benefits and challenges of IoT adoption and to evaluate the UTAUT relationships, while thematic analysis was used to identify key IoT application areas and to inform adoption options for universities. The study evaluates and contextualises the UTAUT constructs, performance expectancy, effort expectancy, social influence, and facilitating conditions, in an IoT-based higher education setting. Results indicate that performance expectancy shows a positive association with students’ intention to use IoT, whereas social influence, effort expectancy, and facilitating conditions do not demonstrate positive effects in this sample. Reported benefits include personalised curriculum support and improved institutional efficiency, while major challenges involve reliable internet connectivity and security/safety concerns. Identified application areas include smart classrooms, smart campuses, and assistive uses supporting daily life and learning for individuals with disabilities. Overall, the findings suggest that universities should prioritise IoT initiatives with clear, demonstrable learning and efficiency gains (to strengthen performance expectancy) and implement connectivity and security safeguards as baseline conditions for scalable adoption, rather than relying on social influence or ease-of-use messaging to drive intention.
Keywords: Internet of Things (IoT); Unified Theory of Acceptance and Use of Technology (UTAUT); higher education; technology acceptance; smart campus; efficiency; mixed methods