-
บทความนี้บอกเล่าเรื่องราวของ พิธีเจ้าเซ็น หรือพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ที่มีปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทยมาอย่างยาวนาน โดยย้อนไปถึงสมัย กรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งมีการบันทึกถึงความสัมพันธ์อันดีและการสนับสนุนจากราชสำนักต่อชาวมุสลิมกลุ่มนี้ เนื้อหาเน้นอธิบายถึง วันอาชูรออ์ ในเดือนมุฮัรรอม เพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อการจากไปของท่านฮุเซนผ่านการแสดงออกด้วยความโศกเศร้าและการทำร้ายร่างกายตนเองตามความเชื่อดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึง วรรณคดี หลายยุคสมัยที่ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ การแต่งกาย และวิถีปฏิบัติของชาวไทยเชื้อสายเปอร์เซียในอดีตได้อย่างชัดเจน ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความศรัทธาที่สืบทอดต่อกันมาในสังคมไทยเป็นเวลานับร้อยปี
-
บทความนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “พิธีเจ้าเซ็น” ซึ่งเป็นศาสนพิธีของชาว ไทยมุสลิมนิกายชีอะห์ ที่สืบเชื้อสายมาจาก ชาวเปอร์เซีย ในอดีต โดยมีจุดประสงค์เพื่อรำลึกถึงการจากไปของ อิหม่ามฮุสเซน หลานของพระศาสดามุฮัมหมัด พิธีกรรมที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความอลังการนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา และมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ ราชสำนักไทย มาโดยตลอด ตัวบทความได้บรรยายถึงลักษณะการแห่ โต้ระบัด และการแสดงความไว้อาลัยผ่านการทรมานร่างกายเพื่อให้เห็นถึงความอดทนต่อความเจ็บปวด นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของพิธีกรรมในฐานะ มรดกทางวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่านเข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนและรับชมโดย พระมหากษัตริย์ไทย หลายพระองค์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงยุคปัจจุบัน
-
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ได้พัฒนา ระบบคลังข้อมูลท้องถิ่นและองค์ความรู้ Rlocal เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง สนับสนุนการศึกษา การค้นคว้า และการเรียนรู้ตลอดชีวิตของนักศึกษา ประชาชน และผู้สนใจทั่วไป ระบบดังกล่าวช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ท้องถิ่นได้สะดวก รวดเร็ว และใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาท่านสามารถ เข้าชมเว็บไซต์: https://rlocal.kru.ac.th/
-
ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีสามเณร 3 รูปที่เป็นเพื่อนรักกัน ณ วัดสามวิหาร คือ สามเณรสิน (ต่อมาคือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช), สามเณรทองด้วง (ต่อมาคือรัชกาลที่ 1) และ สามเณรบุนนาค (ต้นตระกูลบุนนาค) ซึ่งทั้งสามล้วนเป็นบุตรขุนนางผู้ใหญ่ที่มีเชื้อสายต่างกันทั้งจีน ไทย และเปอร์เซีย แม้จะมีเหตุการณ์ขัดใจกันบ้างในวัยเยาว์ แต่เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้เข้ารับราชการและมีบทบาทสำคัญในการกอบกู้เอกราชและวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ชาติไทยหลังกรุงศรีอยุธยาแตก โดยทั้งสามท่านยังเป็นต้นกำเนิดของราชสกุลและนามสกุลเก่าแก่มากมายที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่แสดงถึงมิตรภาพและการสร้างชาติของบรรพบุรุษไทย
-
การที่รัชกาลที่ 5 มีเจ้าจอมจากสกุล "บุนนาค" มากกว่าสกุลอื่น เป็นผลจาก "กลยุทธ์ทางการเมือง" เพื่อสร้างความมั่นคงในยุคที่กลุ่มขุนนางบุนนาคมีอิทธิพลสูงมาก การรับธิดาจากสกุลนี้มาเป็นเจ้าจอม (เช่น กลุ่มเจ้าจอมก๊ก อ.) ช่วยประสานความสัมพันธ์และถ่วงดุลอำนาจระหว่างสถาบันกษัตริย์กับขุนนางให้ราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือแสดงความจงรักภักดีและลดความขัดแย้งในราชสำนัก จนกระทั่งวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีบทบาท ระบบนี้จึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นระบบ "ผัวเดียวเมียเดียว" ตามกฎหมายในภายหลัง
-
บทความนี้กล่าวถึง ความมหาอำนาจของตระกูลบุนนาค ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งได้รับการบันทึกไว้อย่างชัดเจนโดย เซอร์จอห์น เบาริง เอกอัครราชทูตชาวอังกฤษ โดยเฉพาะบทบาทของ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้มีบารมีเปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ อิทธิพลของตระกูลนี้เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์และพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดผ่านการเข้าควบคุม ตำแหน่งสำคัญในกรมกองหลัก ทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจ และการบริหารราชการแผ่นดิน ขุนนางในสายตระกูลบุนนาคจำนวนมากได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญเหนือกว่าตระกูลอื่นอย่างเห็นได้ชัด จนถูกขนานนามว่าเป็น ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสยาม ณ ขณะนั้น สรุปได้ว่าอิทธิพลของพวกเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ โครงสร้างอำนาจและการเมือง ในประวัติศาสตร์ไทยยุคปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก
-
บทความนี้บอกเล่าเรื่องราวของ ท่านผู้หญิงพัน บุนนาค ภริยาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางที่มีบทบาทและ อำนาจบารมีสูงที่สุด ในช่วงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเนื้อหามุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อครั้งที่ท่านผู้หญิงพันได้กล่าว วาจาเชิงสบประมาท ถึงพระวรกายที่ทรุดโทรมของรัชกาลที่ 5 ขณะทรงพระประชวรและเพิ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมายุเพียง 15 พรรษา บันทึกจากหลายแหล่งสะท้อนให้เห็นถึง ความรุ่งเรืองของตระกูลบุนนาค ที่มีอิทธิพลเหนือราชวงศ์ในยุคนั้น จนทำให้สตรีผู้นี้กล้าแสดงออกอย่างไม่เกรงกลัวต่อขัตติยมานะ อย่างไรก็ตาม รัชกาลที่ 5 ทรงมี พระชนมายุยืนยาว จนสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพระองค์ผ่านเหตุการณ์ในงานศพของท่านผู้หญิงพันในเวลาต่อมาได้สำเร็จ บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของ ความผันแปรทางอำนาจ ระหว่างสถาบันกษัตริย์และกลุ่มขุนนางในสมัยรัตนโกสินทร์ได้เป็นอย่างดี
-
บทความนี้เล่าถึงประวัติของ เจ้าจอมมารดาอ่อน ซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญในกลุ่ม เจ้าจอมก๊กออ จากตระกูลบุนนาคที่ถวายตัวรับราชการฝ่ายในรัชกาลที่ 5 ท่านมีความโดดเด่นในฐานะที่เป็นเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งห้าคนที่ได้เป็น เจ้าจอมมารดา และมีพระราชธิดารวมสองพระองค์ นอกจากทักษะเฉพาะตัวในการดูแลเครื่องเสวยที่สร้างความพอพระราชหฤทัยแล้ว ท่านยังเป็นสตรีที่มี อายุยืนยาวที่สุด โดยมีชีวิตยืนนานถึง 6 รัชสมัยรวมกว่า 101 ปี เนื้อหายังกล่าวถึงความเมตตาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานทรัพย์สินและที่พำนักแก่ท่านและพี่น้องเพื่อตอบแทนความจงรักภักดี เอกสารนี้จึงถือเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงบทบาทของสตรีในราชสำนักและความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยผ่านช่วงเวลาที่ยาวนาน
-
บทความนี้กล่าวถึง เจ้าจอมก๊กออ ซึ่งเป็นกลุ่มพระสนมเอก 5 พี่น้องตระกูลบุนนาคผู้มีความสำคัญยิ่งใน รัชกาลที่ 5 โดยเน้นย้ำถึง ทักษะเฉพาะตัว ที่ทำให้พวกท่านเป็นที่โปรดปราน เช่น การนวด การปรุงเครื่องเสวย และการถวายงานรับใช้ใกล้ชิด เนื้อหาได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ชีวิตใน พระราชสำนักฝ่ายใน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ทั้งความจงรักภักดีและการชิงดีชิงเด่นระหว่างข้าทูลละอองธุลีพระบาท นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึง ความขัดแย้งทางอารมณ์ ของเจ้านายชั้นสูงที่มีต่ออิทธิพลของเจ้าจอมกลุ่มนี้ในฐานะสตรีผู้ทรงเกียรติ ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข้อมูลยังระบุถึง ความเมตตาและพระราชหัตถเลขา ที่พระมหากษัตริย์ทรงแสดงต่อพวกท่าน อันเป็นเครื่องยืนยันถึงฐานะอันมั่นคงในฐานะคนโปรดจนถึงบั้นปลายชีวิต เอกสารชุดนี้จึงถือเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เข้าใจ การเมืองภายในวัง และบทบาทของสตรีในสมัยนั้นอย่างลึกซึ้งและมีชีวิตชีวา
-
เอกสารเหล่านี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในการกำกับดูแลสินค้าและบริการ แหล่งข้อมูลระบุถึงการควบคุมฉลากผลิตภัณฑ์เลเซอร์เพื่อป้องกันอันตรายต่อดวงตา และอธิบายถึงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความรู้ในการแยกแยะระหว่างธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมายกับแชร์ลูกโซ่ที่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน เนื้อหาทั้งหมดมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในฐานะผู้ซื้อสินค้าและบริการภายใต้กรอบของกฎหมายที่ทันสมัย
-
บทความนี้กล่าวถึง ความสำคัญของตระกูลบุนนาค ซึ่งเป็นสายสกุลที่มีบทบาทสูงในหน้าประวัติศาสตร์ไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการบริหารราชการแผ่นดินและการถวายตัวเข้ารับราชการใน เขตพระราชฐานฝ่ายใน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสตรีในตระกูลที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมาโดยตลอด เอกสารได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ) ในฐานะสตรีที่เป็นรักแรกในรัชกาลที่ 5 และเป็น ผู้นำด้านแฟชั่น ที่มีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยให้ทันสมัยในหลายยุคสมัย นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าตระกูลบุนนาคสามารถรักษาความรุ่งเรืองไว้ได้ด้วย ความจงรักภักดี ความฉลาดหลักแหลม และการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจนถึงปัจจุบัน
-
บทความนี้กล่าวถึงประวัติและคุณูปการของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) มหาบุรุษคนสำคัญผู้มีบทบาทอย่างสูงในการ บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ ถึงรัชกาลที่ ๕ โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นทั้งในด้าน ภาษาต่างประเทศ การต่อเรือแบบตะวันตก และการเจรจาทำสนธิสัญญากับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประเทศและนำพาไทยสู่ความทันสมัย แหล่งข้อมูลยังระบุถึง ตรามหาสุริยมณฑล อันเป็นที่มาของฉายา "ลูกสุริยะ" และการได้รับขนานนามว่า "เจ้าพ่อ" จากความเคารพยำเกรงในบารมี เนื้อหาโดยรวมจึงเป็นการยกย่องเกียรติประวัติของท่านในฐานะขุนนางผู้มีความรู้ความสามารถและซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินจนถึงแก่อสัญกรรม