คลังข้อมูลวิจัย

  • สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง - บุนนาค)กับการสนับสนุการแปลวรรณกรรมจีน

    บทความนี้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ในการทำนุบำรุงและสนับสนุนการ แปลวรรณกรรมจีน เป็นภาษาไทย โดยเฉพาะผลงานชิ้นเอกอย่าง "ซ้องกั๋ง" ที่ท่านมีประสงค์ให้แปลเพื่อให้คนไทยได้ศึกษาเรียนรู้ ท่านมองว่าพงศาวดารจีนมิใช่เพียงความบันเทิง แต่เป็น ตำราพิชัยสงคราม และเครื่องมือฝึกฝนสติปัญญาที่ช่วยสอนเรื่อง ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู และกลยุทธ์การปกครองบ้านเมือง การส่งเสริมการแปลและจัดพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ และ ๕ นี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้าง ความสมัครสมานสามัคคี ในหมู่ประชาชนท่ามกลางวิกฤตการคุกคามจากชาติตะวันตก วรรณกรรมเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนมรดกทางปัญญาที่สะท้อนถึง อุดมการณ์ทางการเมือง และความรักชาติอันแน่วแน่ของท่านตลอดช่วงชีวิตการทำงานเพื่อแผ่นดิน
  • บอกเก้า-เล่าสิบ ย่านกะดีจีน

    บทความนี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของ ย่านกะดีจีน ในเขตธนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ย้อนไปถึงสมัย กรุงศรีอยุธยา และมีความสำคัญในฐานะแหล่งรวมความหลากหลายทาง วัฒนธรรมและศาสนา ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เนื้อหาได้กล่าวถึงสถานที่สำคัญอย่าง วัดกัลยาณมิตร ที่มีหลวงพ่อโตอันเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีน รวมถึง โบสถ์ซางตาครู้ส ของชุมชนคาทอลิกเชื้อสายโปรตุเกส และ มัสยิดบางหลวง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงที่มาของชื่อ "กะดีจีน" และความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญ เช่น การสร้าง สะพานพุทธ ในสมัยรัชกาลที่ 7 แหล่งข้อมูลนี้จึงทำหน้าที่เป็นบันทึกความทรงจำที่สะท้อนถึง อัตลักษณ์ ของชาวธนบุรีที่ยังคงสืบทอดรากเหง้าอันทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบันได้อย่างงดงามและชัดเจน
  • วราห์ โรจนวิภาต ปราชญ์ฝั่งธนบุรี ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต

    บทความเรื่อง "ปราชญ์ฝั่งธนบุรี" ถ่ายทอดประวัติชีวิตและมุมมองของ วราห์ โรจนวิภาต ผู้เปรียบเสมือนคลังปัญญาที่มีชีวิตในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของย่านธนบุรี เนื้อหาเล่าถึงการเยี่ยมเยียนของรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้ซึ่งนำของฝากเป็นมะพร้าวไปมอบให้แก่ท่านที่บ้านพักริม คลองบางหลวง อันเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่ว่าการอำเภอบางกอกใหญ่ในอดีต คุณวราห์ได้แบ่งปัน ความทรงจำอันทรงคุณค่า เกี่ยวกับวิถีชีวิตดั้งเดิม ทั้งเรื่องการค้าขายทางเรือ อาหารการกิน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา งานเขียนนี้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่ถูกบันทึกผ่านประสบการณ์ตรงและการเล่าเรื่องที่ทำให้ภาพในอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ท่านจึงถือเป็น บุคคลสำคัญ ที่เชื่อมโยงคนรุ่นหลังให้เห็นถึงรากเหง้าและความงดงามของวิถีชุมชนริมน้ำในสมัยก่อนอย่างลึกซึ้ง
  • ข้าวแช่มอญ ชุมชนวัดประดิษฐาราม

    หนังสือเล่มนี้นี้รวบรวมองค์ความรู้เรื่องข้าวแช่มอญของชุมชนวัดประดิษฐาราม โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมเป็นซอฟต์พาวเวอร์และอนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในย่านธนบุรี ไปจนถึงความเชื่อเรื่องข้าวสงกรานต์ที่ใช้บูชาเทวดาและถวายพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น การละเล่นสะบ้า ประเพณีแห่ข้าวแช่ และวิธีการจัดเตรียมเครื่องเคียงอย่างพิถีพิถัน ข้อมูลทั้งหมดมุ่งหวังให้คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าและช่วยกันสืบทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้ยั่งยืนสืบไป
  • ชีวิต สังคม และการเมือง ของท่านช่วง บุนนาค

    บทความนี้นี้ถ่ายทอดชีวประวัติของท่าน ช่วง บุนนาค หรือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้ทรงอิทธิพลอย่างสูงในหน้าประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ พื้นฐานครอบครัว ในตระกูลขุนนางเก่าแก่ ไปจนถึงความสามารถที่โดดเด่นในการ เจรจาระหว่างประเทศ และการปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ท่านมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็น ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 โดยเป็นกำลังหลักในการปฏิรูปบ้านเมืองและรักษาเอกราชของชาติท่ามกลางวิกฤตการเมือง นอกจากแง่มุมด้านการบริหารแล้ว แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึง บุคลิกส่วนตัว ที่เรียบง่ายและวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าเกินกว่าคนในยุคเดียวกัน บทสรุปของเนื้อหาจึงเป็นการเชิดชูเกียรติของรัฐบุรุษผู้ทำงานด้วยความ จงรักภักดี และเป็นผู้วางรากฐานความเจริญให้กับประเทศไทยในหลายด้าน
  • ถิ่นฐาน “บ้านสมเด็จ” สมเด็จฯ องค์ไหน องค์เดียว หรือหลายองค์ ?

    บทความนี้อธิบายถึงที่มาของชื่อ “บ้านสมเด็จ” ในย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ตระกูลบุนนาค ผู้ครองบรรดาศักดิ์ สมเด็จเจ้าพระยา ถึงสามท่านในสมัยรัตนโกสินทร์ พื้นที่สำคัญอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีต้นกำเนิดมาจากที่ดินจวนเก่าของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ขณะที่ชื่อ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา และ คลองสานสมเด็จ เกี่ยวเนื่องกับกรรมสิทธิ์ที่ดินและคุณูปการของทั้ง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ และ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าชื่อสถานที่ในย่านดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงบุคคลเพียงท่านเดียว แต่เป็นการรำลึกถึง กลุ่มขุนนางชั้นสูง ในตระกูลบุนนาคที่มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานชุมชนและสาธารณูปโภคในอดีต เนื้อหาจึงช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและสายสัมพันธ์ของตระกูลเก่าแก่กับภูมินามในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
  • หวั่นซ้ำรอย! เมื่อบรรดาศักดิ์ "เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์" คล้ายอดีตกษัตริย์ผู้ ชิงราชย์

    บทความนี้กล่าวถึงความกังวลในสมัย ต้นรัชกาลที่ 5 เกี่ยวกับการก้าวขึ้นมามีอำนาจสูงสุดของ ตระกูลบุนนาค โดยเฉพาะ ช่วง บุนนาค ผู้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ซึ่งมีบรรดาศักดิ์คล้ายคลึงกับปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ปราสาททองผู้เคยเป็นขุนนางชิงสมบัติในอดีต สถานการณ์ในขณะนั้นทำให้เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของขุนนาง จนเกิดความหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อย่างไรก็ตาม การดำรงตำแหน่งนี้เป็นพระราชประสงค์ของ รัชกาลที่ 4 ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ท่านช่วยประคับประคองบ้านเมืองในช่วงที่ยุวกษัตริย์ยังทรงพระเยาว์ แม้จะมีกระแสความไม่ไว้วางใจจากเจ้านายบางพระองค์ก็ตาม บทความนี้จึงมุ่งสำรวจ ดุลอำนาจที่ผันผวน ระหว่างฝ่ายขุนนางและสถาบันกษัตริย์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของสยามอดีต
  • สมเด็จช่วง (ช่วง บุนนาค) มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 9 คน ใครบ้าง ?

    บทความนี้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ ครอบครัวและพี่น้อง ของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางผู้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในสมัยสยามยุคก่อน โดยระบุว่าท่านเป็นบุตรของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์และท่านผู้หญิงจัน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวมทั้งสิ้น 9 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน และหญิง 6 คน อย่างไรก็ตาม มีเพียง 5 คน เท่านั้นที่เติบโตจนบรรลุนิติภาวะและมีบทบาทสำคัญในราชการแผ่นดิน อาทิ เจ้าคุณหญิงแข ผู้ดูแลฝ่ายใน และ พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) ผู้มีบทบาทด้านการทูต เนื้อหาโดยรวมจึงเป็นการนำเสนอ สายสัมพันธ์ในตระกูลบุนนาค เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจโครงสร้างสมาชิกผู้สืบเชื้อสายใกล้ชิดของรัฐบุรุษผู้นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • เหตุใด สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงทรงยก “กนิษฐภคินี” ให้ “เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา” (บุนนาค)

    บทความนี้บอกเล่าประวัติของ เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ซึ่งเป็นต้นตระกูลบุนนาคและขุนนางคนสนิทของรัชกาลที่ 1 ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ เนื้อหาสำคัญกล่าวถึงเหตุการณ์สลดเมื่อ ท่านลิ้ม ภรรยาคนแรกถูกโจรปล้นและฆาตกรรมขณะเดินทางกลับจากขุดทรัพย์สมบัติที่ฝังไว้ ด้วยความสงสารในชะตากรรมนี้ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงทรงยกพระกนิษฐภคินีหรือ เจ้าคุณนวล ให้เป็นภรรยาใหม่เพื่อเป็นการปลอบขวัญ นอกจากนี้แหล่งข้อมูลยังระบุถึง เจ้าจอมมารดาตานี ซึ่งเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนแรกและได้เข้าถวายตัวในราชสำนัก เรื่องราวทั้งหมดนี้จึงเป็นหลักฐานที่สะท้อนถึง สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ระหว่างราชวงศ์จักรีและตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย
  • วัดนวลนรดิศวรวิหาร วัดที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนาม เกี่ยวข้องกับ “ตระกูลบุนนาค” คนไหน?

    วัดนวลนรดิศวรวิหารในเขตภาษีเจริญเป็นอารามเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเดิมมีชื่อว่า วัดมะกอกใน ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่จากบุคคลสำคัญในตระกูลบุนนาค เริ่มต้นโดยท่านผู้หญิงนวลและดำเนินการจนสำเร็จโดยบุตรชายคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานนามวัดใหม่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ปฏิสังขรณ์ทั้งสองท่าน นอกเหนือจากประวัติของวัดแล้ว แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงบทบาททางการเมืองที่เข้มแข็งของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ซึ่งเป็นขุนนางผู้ทรงอิทธิพลที่ควบตำแหน่งสำคัญในราชการถึงสองรัชกาล ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างสถาบันศาสนาและตระกูลขุนนางเก่าแก่ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
  • AI-Assisted Teaching Model for Personalized Computer Education Based on Deep Learning

    This study aimed to: (1) examine AI-assisted learning readiness, utilization, and urban–rural disparities among computer science students in Guangxi Zhuang Autonomous Region; (2) develop a context-adapted AI-assisted personalized teaching model; and (3) evaluate its suitability and feasibility for routine teaching. The sample included 56 undergraduate students, divided into experimental and control groups (n = 28 each), and an 8-member expert panel. Data were collected through questionnaires, interviews, and evaluation forms, and analyzed using descriptive statistics, t-tests, chi-square, correlation, and content analysis. Results indicated high overall readiness (M = 3.68), with significant urban–rural disparities. Urban students showed higher technology acceptance and self-efficacy, while rural students demonstrated greater needs for personalized learning and faced infrastructure limitations. The developed model integrates dual-track learning paths, adaptive feedback, and lowbandwidth/offline functionalities tailored to regional constraints. Evaluation results confirmed high suitability and feasibility (M = 4.44, S-CVI = 0.953). The experimental group reported high usability (M = 4.21), and implementation strategies achieved a 91.7% integration rate, effectively supporting diverse classroom contexts and reducing instructional burden. Keywords: Artificial Intelligence, Computer Education, Teaching-Learning Model, Computational Thinking,Regional Adaptability
  • การสร้างชุุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากล เบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ที่มีต่อการใช้ชุดการสอน การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้รูปแบบ การวิจัยกึ่งทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นการเลือกแบบ เจาะจงโดยใช้นักเรียนที่เรียนในวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ ชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น และแผนการจัดการ เรียนรู้ที่ใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Wilcoxon Signed-Ranks Test ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการสอนเรื่องทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model ซึ่งแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หน่วยการเรียนรู้ ผลการหาคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.93 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.08 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดการสอน พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 13.27 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.09 แสดงให้เห็นว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้3) ความพึงพอใจต่อการใช้ชุด การสอนเรื่องทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33 คำสำคัญ : ความพึงพอใจ, ชุดการสอน, ทักษะทางดนตรี, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, โมเดลซิปปา
ค้นหาทั้งหมด